Category Archives: การผลิตไวน์

มารู้จักไวน์โรเซ่ ไวน์กุหลาบสีสวยที่รสชาติที่มัดใจใครหลายคน

                ถ้าจะพูดถึงไวน์อีกชนิดที่กำลังมาแรงตอนนี้ คงหนีไม่พ้นเจ้าไวน์สีสวยที่ชื่อไวน์โรเซ่อย่างแน่นอน ซึ่งถือเป็นไวน์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยสีของไวน์ที่เป็นสีชมพูสวยเหมือนกลีบดอกกุหลาบ กลิ่นที่หอมชวนหลงใหล และรสชาติที่หวานละมุนลิ้น จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจคอไวน์โดยเฉพาะสาว ๆ เป็นอย่างมาก โดยไวน์โรเซ่ก็มีวิธีการผลิตที่คล้าย ๆ กับการผลิตไวน์โดยทั่วไป แต่ต่างกันตรงที่ในขั้นตอนการหมักนั้น จะใช้ระยะเวลาที่ไม่นานโดยเป็นการนำองุ่นแดงหรือองุ่นดำมาหมักพร้อมเปลือก แต่ส่วนที่เป็นเปลือกจะถูกหมักไว้กับน้ำองุ่นในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ได้นานเท่าการหมักไวน์แดง ทำให้สีที่ออกมาเป็นสีชมพูนั่นเอง

คำว่าโรเซ่ นั้นเป็นภาษาฝรั่งเศสที่มีความหมายว่าสีชมพู โดยไวน์โรเซ่จะมีสีชมพูที่แตกต่างกันออกไป บางชนิดก็จะสีชมพูเข้มบางชนิดก็อาจจะเป็นสีชมพูอ่อนลงมา ซึ่งก็มาจากขั้นตอนการหมัก ระยะเวลา และองุ่นที่นำมาผลิตนั้นเอง โดยไวน์โรเซ่มักจะดื่มกันก่อนเริ่มมื้ออาหาร หรือดื่มควบคู่กับอาหารเบา ๆ อย่างสลัด เนื้อปลา แฮม ชีส หรือผลไม้ต่าง ๆ และมักจะแช่เย็นก่อนดื่ม โดยเฉพาะสปาร์คกลิ้งไวน์ โรเซ่ หรือไวน์โรเซ่แบบมีฟองซาบซ่าที่ต้องดื่มตอนที่เย็นจัด ซึ่งจะให้ความรู้สึกที่สดชื่นมาก ยิ่งผสมผสานกับกลิ่นที่หอมและรสชาติที่หวานละมุนลิ่นแล้วล่ะก็ยิ่งช่วยให้รสชาติไวน์นั้นยิ่งทวีความกลมกล่อมขึ้นได้มากเลยทีเดียว

โดยทั่วไปไวน์โรเซ่มักจะมีรสชาติที่อ่อนกว่าไวน์แดงอยู่มาก ทำให้เป็นไวน์ที่ดื่มง่ายและได้รับความสนใจจากคอไวน์มือใหม่อยู่ไม่น้อย และในการผลิตไวน์โรเซ่เองก็มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งรสชาติและกลิ่น ในบ้านเราเองก็ได้รับความนิยมจากคอไวน์ทั้งหลายไม่แพ้ไวน์แดงและไวน์ขาวเลยทีเดียว และยังสามารถหาซื้อได้ง่ายมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ เหมาะกับการนำไปดื่มเพื่อสังสรรค์ในงานเลี้ยง งานฉลองหรือดื่มในวันสบาย ๆ หรือเพื่อผ่อนคลายจากความเหน็ดเหนื่อยและเพิ่มสุนทรียภาพในการมื้ออาหารก็ไม่เลวเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็มีข้อระวังอยู่เช่นเดียวกันด้วยความที่ไวน์โรเซ่เป็นไวน์ที่มีรสชาติหวานและดื่มง่ายนี่เอง ทำให้หลายคนเพลินกับการดื่มเข้าไปเป็นจำนวนมากโดยไม่รู้ตัวได้อย่างง่ายๆ จนเรียกได้ว่าเจ้าไวน์สีชมพูแสนหวานนี้ก็ไม่ได้อ่อนหวานตามภาพที่เห็น ทางที่ดีคุณจึงควรดื่มอย่างพอดีเช่นไวน์ชนิดอื่น ๆ คือไม่ควรเกิน 2 แก้วต่อวันสำหรับมือใหม่ หากคุ้นชินขึ้นก็ค่อยเพิ่มจำนวนไปเรื่อย ๆ ก็ยังไม่สายนะ

รู้จักไวน์โร่เซ่กันแล้ว ต่อไปหากอยากลองดื่มไวน์สีสวย รสชาติอ่อนหวานแบบนี้บ้าง ก็สามารถมองหาไวน์ในแบบที่ถูกใจสักขวดมาลองลิ้มรสดูกันได้เลย ไม่แน่นะหากลองแล้ว ไวน์โรเซ่อาจจะกลายเป็นไวน์ในดวงใจของใครหลายคนก็ได้

สาระน่ารู้ กับขั้นตอนการผลิตไวน์เบื้องต้น

ไวน์ถือเป็นอีกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีผู้นิยมดื่มกันมาก เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่มีหลากหลายแบบ หลายหลายรสชาติให้ได้เลือกลิ้มลอง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มอรรถรสและบรรยากาศในมื้ออาหารให้ดีขึ้นอีกด้วย บางท่านที่เป็นนักดื่มไวน์ตัวยงก็คงจะทราบถึงขั้นตอนการผลิตไวน์กันมาบ้าง แต่สำหรับหลายท่านที่เพิ่มเริ่มลองดื่มไวน์ หรือกำลังหลงใหลในรสชาติของไวน์แบบต่าง ๆ อยู่ อาจจะไม่รู้ว่าการผลิตไวน์ในแต่ละครั้งนั้น มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง วันนี้เราจึงจะพาไปรู้จักกับขั้นตอนการผลิตไวน์เบื้องต้นกัน

ขั้นตอนการผลิตไวน์

  • ส่วนผสมหลักในการทำไวน์ก็คือผลไม้สดที่มีรสเปรี้ยว หรือที่นิยมใช้มากที่สุดและเป็นที่รู้จักก็คือองุ่น ซึ่งไวน์แต่ละชนิดก็จะมีการเลือกใช้องุ่นที่มีสายพันธุ์ที่แตกต่างกันไป ขั้นตอนแรกเราจะเลือกองุ่นสายพันธุ์ที่ต้องการและนำองุ่นสดนั้นมาทำล้างให้สะอาดที่สุด
  • นำองุ่นที่ทำความสะอาดแล้วนั้นมาบดขยี้ หรือคั้นจนได้เป็นน้ำองุ่นออกมา
  • ในการทำไวน์สิ่งที่ขาดไม่ได้คือยีสต์ ซึ่งการใช้ยีสต์ในการทำไวน์จะแตกต่างกับการใช้ยีสต์ในการผลิตขนมปัง และยีสต์แต่ละประเภทก็จะให้รสชาติที่แต่งต่างกันไป เพราะฉะนั้นในการเลือกยีสต์เพื่อนำมาผลิตไวน์ควรจะเป็นยีสต์ชนิดที่เหมาะสมที่สุด โดยเดี๋ยวนี้จะมีหัวเชื้อยีสต์เพื่อใช้ในสำหรับในการหมักไวน์โดยเฉพาะ เราจะใส่ยีสต์ลงไปผสมกับน้ำองุ่นที่ได้เพื่อทำการหมัก ยีสต์จะทำปฏิกิริยาเปลี่ยนน้ำองุ่นจากน้ำตาลธรรมชาติให้เป็นแอลกอฮอล์
  • เวลาที่ใช้ในการหมักไวน์แต่ละประเภทจะแตกต่างต่างกันไป โดยในการหมักเราจะหมักในอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสม โดยส่วนมากจะหมักตั้งแต่อาทิตย์หนึ่งไปจนถึงหนึ่งเดือนแล้วแต่ชนิดของผลไม้ ปริมาณน้ำหมัก และรสชาติที่ต้องการ โดยจะหมักในถังไม้โอ๊คหรือถังสแตนเลสที่มิดชิด
  • หลังจากที่หมักไวน์ได้ครบตามเวลาที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็ต้องกรองเอาน้ำไวน์ออกมาจากตะกอนต่าง ๆ โดนจะมีตะกอนที่ตกลงไปก้นถังซึ่งก็คือยีสต์ที่ตายแล้วนั่นเอง ซึ่งเราจะต้องกรองจนกว่าเราจะได้ไวน์ที่มีความใสที่สุด ไม่มีตะกอนเจือปนในน้ำไวน์
  • เมื่อหมักไวน์ได้ครบกำหนดตามที่ต้องการแล้ว ก็สามารถนำมาบรรจุในขวดได้ตามต้องการ เพื่อเก็บไว้เตรียมพร้อมสำหรับการดื่ม

                เมื่อเราบรรจุไวน์ลงไปในขวดแล้ว หลังจากนั้นเราสามารถเก็บรักษาไวน์ได้เป็นเวลานาน โดยควรเก็บในอุณหภูมิและสถานที่ที่เหมาะสม เพราะการเก็บไวน์มีผลต่อรสชาติของไวน์ได้ การเก็บไวน์ที่ดีจะช่วยบ่มไวน์ให้ได้รสชาติที่ดีขึ้น ซึ่งระยะเวลาในการเก็บก็จะอยู่ที่ชนิดของไวน์และส่วนผสมของผลไม้ในไวน์ด้วย โดยไวน์บางชนิดสามารถเก็บได้นานถึง 10 ปีเลยทีเดียว